Posts

Showing posts with the label ตำนาน

ตำนานพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ เมอร์ลิน

Image
พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ เมอร์ลิน จุดเริ่มต้นของเมอร์ลิน จากตำนานเก่าแก่ของชนชาวอังกฤษได้มีการบันทึกเอาไว้ว่า หลังจากที่พวกโรมันได้ล่าถอยออกจากเกาะอังกฤษ ภายในอังกฤษก็ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างมาก อันเนื่องมาจากแผ่นดินอังกฤษนั้นไม่มีกษัตริย์ และยังเกิดการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มรัชทายาทต่างๆทั่วทุกหย่อมหญ้า เมื่อ กษัตริย์วอร์ติเจิร์น (Vortigern) ผู้ที่นำทัพตีฝ่าวงล้อมของพวก แซกซอน (Saxon) เพื่อหลบหนีไปยัง สโนวโดเนีย (Snodonia) ในประเทศเวลส์ โดยหวังว่าจะสร้างป้อมกราการไว้บนภูเขาสูง ตัวเขาเองนั้นคิดว่าตรเองน่าจะปลอดภัยจากองค์รัชทายาทองค์อื่นๆถ้าหากได้อยู่ภายในป้อมปราการนี้ แต่ไม่ว่ายังไง ป้อมปราการแห่งนี้ก็ไม่สามารถที่จะสร้างให้เสร็จได้ซักที เนื่องจาก ทุกครั้งที่ป้อมนั้นใกล้จะเสร็จ ตัวป้อมก็จะถล่มลงมาทุกครั้ง หนำซ้ำยังนำความเดือดร้อนมาสู่ชาวบ้านอีกเป็นอย่างมาก ต่อมา บรรดาพ่อมดในราชสำนักก็ได้ทำนายไว้ว่า จะต้องให้พื้นดินบริเวณที่ตั้งป้อมกราการถูกอาบไปด้วยเลือดของเด็กที่มีพ่อที่ไม่ใช่มนุษย์เสียก่อน ตัวป้อมนั้นจึงจะสามารถสร้างให้เสร็จได้ เป็นเหตุให้เกิดความปั่นป่วนต่อบรรดาแม่ลูกอ่อนทุกคนในบริเวณ...

Excalibur ดาบที่มีแต่กษัตริย์ที่แท้จริงเท่านั้นจะครอบครองได้

Image
Excalibur เอ็กซ์คาลิเบอร์  นั้นคือดาบของ กษัตริย์อาร์เธอร์ โดยจะมีชื่ออีกชื่อเรียกว่า " ดาบในศิลา " ตามตำนานได้กล่าวไว้ว่า ดาบ Excalibur นั้นมีอำนาจวิเศษ และจะมีเพียงผู้ที่มีสิทธิ์ในการครอบครองแผ่นดินอังกฤษเท่านั้น ที่จะสามารถเป็นเจ้าของได้ ดาบ Excalibur นั้นมีอนุภาพวิเศษคือ สามารถตัดเหล็กกล้าได้ทุกชนิด ปลอกดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ นั้นมีพลังวิเศษที่จะทำให้ผู้ถือครองไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จากการต่อสู้ และยามเมื่อฟาดฟันเหล่าศัตรู บาดแผลจะไม่มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผล ผู้สนับสนุน เรื่องราวได้เริ่มต้นมาจาก กษัตริย์ อูเธอร์ เพนดรากอน ได้มีสัมพันธ์กับ เลดี้ ไอเยอร์น่า และได้ให้กำเนินบุตรชาย มีนามว่า อาร์เธอร์ จากนั้นพ่อมดเมอร์ลินก็ได้พาอูเธอร์ไปเอา ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ ที่ทะเลสาบ และในบริเวณนั้นเอง เทพธิดาแห่งทะเลสาป (Lady of the Lake) ก็ได้มอบดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ให้กับอูเธอร์ ต่อมาหลังจากนั้น อูเธอร์ก็ไม่ได้เป็นกษัตริย์ที่ดีมากนัก เขาจึงถูกเมอร์ลินหลอกให้ไปที่ภูเขาลูกยักษ์ เมอร์ลินได้ใช้เวทมนต์ปักดาบลงบนหินก้อนใหญ่ และได้บอกกับเทพแห่งภูเขาไว้ว่า ข้าจะขอฝากดาบเล่มนี้ไว้ จนกว่ากษัตริย์ที่แท้...

มนุษย์หิมะเยติ

Image
มนุษย์หิมะเยติ เยติ หรือ มนุษย์หิมะ เป็นชื่อเรียกมนุษย์วานรในตำนานของชาวภูเขาในเทือกเขาหิมาลัยประเทศเนปาล โดยเชื่อว่าเยติ เป็นสัตว์คล้ายมนุษย์ผสมกับลิงไม่มีหางคล้ายกอริลลา มีขนยาวสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลดำหรือสีเทาหรือเทาเข้มปกคลุมทั้งลำตัว ยกเว้นใบหน้าที่มีสีคล้ำ ขนาดใหญ่สูงตั้งแต่ 5–8 ฟุต น้ำหนักประมาณ 600 ปอนด์ โดยปรกติแล้วเยตินั้นเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสงบเสงี่ยม แต่อาจดุร้ายโจมตีใส่มนุษย์และสัตว์เลี้ยงได้ในบางครั้ง ผู้สนับสนุน ที่ภูฏานชาวพื้นเมืองต่างเชื่อว่าเยติมีจริง หลายต่อหลายคนเคยได้พบเจอตัวหรือได้ยินเสียงของเยติ โดยกล่าวว่าเยติเป็นสัตว์ดุร้าย ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ มีเขี้ยวที่ยาวและแหลมคม  มีขนสีน้ำตาลแดงปกคลุมทั่วร่างรวมถึงมีใบหน้าคล้ายลิง เสียงร้องของเยติเป็นเสียงสูง และสามารถฆ่ามนุษย์ได้ เยตินั้นอาศัยอยู่ตามถ้ำหรือในป่าลึก ซึ่งจะออกหากินในช่วงเวลาที่อากาศอบอุ่น และทำรังด้วยการใช้กิ่งไม้ขัดสานกันเหมือนเตียงนอน หลักฐานของเยติ แบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ ๆ คือ รอยเท้า ,ผู้ที่พบเห็นตัวมัน และหลักฐานทางกายภาพ เช่นกะโหลกและหนังของมัน รอยเท้าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสนใจอย่างมาก มีก...

ตำนานแม่นาคพระโขนง

Image
"แม่นาคพระโขนง”ตำนานเรื่องผีไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก ก่อนที่จำถูกนำมาสร้างเป็นหนังเป็นละครหลายๆภาคมานั้น เรื่องราวหรือตำนาน "แม่นาคพระโขนง” หรือ แม่นาค (แม่นาก) นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก ที่แม้ความตายก็มิอาจขวางกั้นได้ ระหว่างวิญญาณแม่นาค “ผีตายทั้งกลม” กับพ่อมากผู้เป็นสามี ซึ่งเรื่องราวของแม่นาคเป็นที่รู้จักกันดีของคนไทยหลายต่อหลายรุ่น เชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ปัจจุบันมีศาลแม่นาคตั้งอยู่ที่วัดมหาบุศย์ ซอยอ่อนนุช 7 (สุขุมวิท 77) เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ผู้สนับสนุน เรื่องเล่าของแม่นาคพระโขนง  เป็นเรื่องเล่าถึงครอบครัวหนึ่งคือหนุ่มสาว สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ ณ บริเวณพระโขนง ฝ่ายสามีมีชื่อว่า นายมาก ส่วนภรรยามีชื่อว่า นางนาค ทั้งสองอยู่กินกันจนในที่สุดฝ่ายหญิงก็ตั้งครรภ์อ่อน แต่ยังไม่ทันจะได้คลอดลูก ก็มีเหตุจำเป็นที่นายมากสามีถูกเรียกให้ต้องไปรับใช้ชาติเป็นทหารประจำการณ์ที่กรุงบางกอก ทำให้ทั้งคู่ต้องพรากจากกัน และปล่อยให้นางนาคอยู่เพียงลำพังกับลูกน้อยในครรภ์ เวลาผ่านไป นางนากก็ท้องแก่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึววันที่ครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ แต่ทว...

มาราไคโบทะเลสาบแห่งสายฟ้า (Lake Maracaibo)

Image
ดินแดนต้องคำสาป ทะเลสาบแห่งสายฟ้า ทะเลสาบมาราไคโบ (Lake Maracaibo)  ทะเลสาบแห่งสายฟ้า สถานที่แห่งนี้อยู่ในประเทศเวเนซูเอล่า เป็นทะเลสาบที่เกิดฟ้าแลบหรือฟ้าผ่า มากที่สุดในโลก ด้วยความน่ากลัวของฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ เราคงไม่ต้องพูดถึงเสียงของมัน น่าจะมีผลกระทบทางด้านจิตใจมากกว่าทำให้เสียชีวิต แต่แน่นอน การเกิดขึ้นบ่อยๆในแถบทะเลสาบ ทะเลสาบมาราไคโบ ถ้าหากว่าไม่ใช่คนในท้องถิ่นจริงๆอาจเกิดอาการขวัญผวาได้ ปรากฎการณ์นี้มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า ( Venezuela’s Catatumbo Lightning phenomenon ) เกิดขึ้นที่บริเวณปากแม่น้ำคาตาตัมโบ Catatumbo ช่วงรอยต่อกับทะเลสาบมาราไคโบ Lake Maracaibo ประเทศเวเนซูเอลาในทวีปอเมริกาใต้ ผู้สนับสนุน ทะเลสาบมาราไคโบเป็นที่รู้จักกันมานานกับการเกิดฟ้าผ่า ฟ้าแลบ  และปีก่อนหน้านี้ก็มีการบันทึกในกินเนสบุ๊คว่าเป็นจุดที่มีอันตรายเกี่ยวกับไฟฟ้ามากที่สุดในโลก แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ข้อมูลใหม่ล่าสุดที่ถูกนำเสนอโดยราเชล อัลเบรทแห่งมหาวิทยาลัยเซาเปาโล สามารถชี้ตำแหน่งที่แม่นยำซึ่งดึงดูดสายฟ้าฟาดปริมาณมหาศาลในทะเลสาบ โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมที่บันทึกโดยอุปกรณ์บันทึกภาพซึ่...

บาซิลิสก์ (Basilisk)

Image
บาซิลิสก์ (Basilisk) บาซิลิสก์ (Basilisk) มาจากคำว่า Basilisko ซึ่งแปลว่าราชาน้อย บางตำนานได้กล่าวไว้ว่า บาซิลิสก์นั้นเป็นงูใหญ่ที่น่ากลัวและน่าสยดสยองซึ่งแค่มองผ่านเหยื่อก็ทำให้เหยื่อตายได้ ในทำนองเดียวกับเมดูซ่า บ้างก็กล่าวไว้ว่ามันไม่ได้เป็นงูยักษ์เสมอไป อาจจะเป็นงูตัวเล็ก หรือเป็นสัตว์เลื้อยคลานคล้ายคางคกและไก่ ผู้สนับสนุน บาซิลิสก์นั้นเป็นสัตว์ในตำนานกรีก ว่ากันว่าบาซิลิสก์ เป็นงูที่เกิดจากไข่ไก่ที่วางไข่โดยไก่ตัวผู้ที่มีอายุ 7 ปี ในขณะที่มีกลุ่มดาวสุนัขปรากฏบนท้องฟ้า (กลุ่มดาวซิริอุส) หลังจากที่ไข่ถูกวางเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่กกไข่นั้นหาใช่ไก่ไม่ แต่กลับเป็นคางคก และสิ่งที่ฟักตัวออกมานั้นก็คือบาซิลิสก์นั่นเอง นอกจากนี้ บาซิลิสก์กลุ่มแรกๆที่กำเนิดขึ้นนั้น ในตำนานยังมีวิธีเกิดวิธีอื่นอีก คือเมื่อครั้งที่วีรบุรุษเปอร์ซีอุสจัดการสังหารเมดูซ่าลง หลังจากที่เมดูซ่าถูกตัดหัวสิ่งที่พุ่งออกมาจากหัวของเมดูซ่านั่นก็คือ ไครซาออร์ และม้าบินปิกาซัส นอกจากนี้ และยังมีอีกสิ่งตามออกมาด้วยนั้นก็คือ "เลือด" และเมื่อเลือดของเมดูซ่านั้นไหลลงสู่พื้นดิน บาซิลิสก์จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ได้มีนักเ...

แบนชี (BANSHEE)

Image
BANSHEE แบนชี ตามตำนานชาวไอร์แลนด์ (Irish) แบนชีนั้นเป็นวิญญาณของผู้หญิงที่จะร้องเสียงโหยหวน ก็ต่อเมื่อได้สัมผัสกับกลิ่นอายแห่งความตาย แบนชีนั้นจะติดตามครอบครัวบางครอบครัวเป็นพิเศษ และจะส่งเสียงร้องโหยหวนเมื่อมีสมาชิกในครอบครัวกำลังใกล้จะตาย ลักษณะของแบนชีนั้นจะมีผมพลิ้วไหวและดวงตาสีแดงจากการร่ำไห้ และในบางตำนานบอกว่าตัวเธอนั้นมีรูจมูกรูเดียว..... มีตีนเหมือนเป็ด ผมยาวยุ่งเหยิงปิดหน้าตาเอาไว้ ผู้สนับสนุน บางตำนานได้เล่าว่ามันเป็น ผู้บอกเหตุแห่งความตายล่วงหน้า มันจะปรากฏให้เห็นในรูปร่างของคนซักผ้า แล้วมันก็ร้องไห้คร่ำครวญไป ใครทนไม่ได้ก็จะออกไปจับ และ เมื่อถูกจับได้มันจะติดสินบนให้ปล่อยตัวโดยเสนอว่าจะให้พรสามประการ และหากต้องการจะรู้ว่าใครจะถึงฆาตมันจะบอกให้โดยดี นี่คือสาเหตุที่มันมานั่งร้องไห้อยู่

เทพีแห่งการเก็บเกี่ยว ดิมิเตอร์ (Demeter)

Image
ดิมิเตอร์  (Demeter) หรือ ซีริส (Ceres) เทพีแห่งการเก็บเกี่ยว กรีซเป็นประเทศที่มีการเพาะปลูกและเกษตรกรรมโดยมีอาชีพหลัก ทุ่งข้าวโพด ทุ่งข้าวสาลีที่เหลืองอร่าม และมีเทพเจ้าพระองค์หนึ่งคือ พระเทพีดิมิเตอร์ พระองค์ทรงเป็นเทพเจ้าที่ชาวกรีกให้ชาวเคารพและบูชามากองค์หนึ่ง เพราะพระองค์ทรงประทับใกล้กับมนุษย์และมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของมนุษย์มาก เพราะเมื่อถึงฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวเหล่าชาวเกษตรกรจะประทำการบูชาเทพีดิมิเตอร์ จนกลายเป็นเทศกาลการเก็บเกี่ยว ผู้คนจะเต้นรำและเลี้ยงฉลองโดยการนำเอาวัตถุดิบเป็นผลผลิตจากท้องไร่ท้องนาของตนมาเป็นเครื่องบูชา พร้อมกับร้องเพลงและบรรเลงดนตรีสรรเสริญพระองค์ รวมถึงตกแต่งประดับพระวิหารให้งดงามด้วยเหล่าดอกไม้และผลไม้ธัญหารมากมาย ผู้สนับสนุน พระเทพีดิมิเตอร์ทรงเป็นพระพี่นางและพระชายาแห่งเทพซีอุส และมีพระธิดาให้ เทพซีอุส คือ เทพีเพอร์เซโฟนี ซึ่งพระเทพีดิมิเตอร์พระองค์ทรงรักและหวงพระธิดาพระองค์นี้มาก พระองค์มักจะอยู่กับพระธิดาด้วยเสมอๆ และด้วยความรักอันมากมายของพระเทพีดิมิเตอร์จึงก่อเกิดตำนานการเกิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวและฤดูแห้งแล้ง ต้นเหตุมาจากเทพฮาเดสลักพาเทพีเพ...

เทพแห่งความตายฮาเดส (Hades)

Image
เทพฮาเดส  เทพฮาเดส (Hades) หรือเทพเจ้าพลูโต เทพแห่งความตาย เป็นพระเจ้าแห่งโลกบาดาลของกรีกโบราณ สุดท้าย พระนามฮาเดสได้กลายมาเป็นชื่อเรียกถิ่นของผู้ตาย ในเทพปกรณัมกรีก ฮาเดสเป็นพระโอรสองค์โตของโครนัสและเรีย ผู้สนับสนุน ฮาเดส ได้ชื่อว่าเป็นเทพที่มีความเที่ยงธรรมอย่างมาก ตัดสินความดีชอบของคนตายโดยปราศจากอคติใด ๆ ทั้งสิ้น  พระองค์เป็นเทพพลูโต ทำหน้าที่ดูแลเมืองบาดาล หรือยมโลก และคนตายทั้งหมด โดยคำว่า”พลูโต” มีความหมายถึง เทพแห่งทรัพย์ เพราะนอกจากจะดูแลยมโลกแลัว ท้าวฮาเดสยังทำหน้าที่ครองมวลธาตุล้ำค่าที่อยู่ภายใต้พื้นพิภพอีกด้วย บางทีจึงมีชื่อว่า ดีส (Dis) ที่หมายความว่า ทรัพย์ นั่นเอง (แม้ว่าบางตำนานอาจกล่าวว่า ฮาเดสทำหน้าที่ครองเมืองยมโลกและคนตายเท่านั้น) ในขณะที่ เทพที่ทำหน้าที่ครองความตายอีกองค์หนึ่ง มีชื่อเรียกในภาษากรีกว่า ธานาทอส ( Thanatos ) หรือ ชื่อในภาษาลาตินว่า ออร์คัส ( Orcus ) เทพองค์นี้เป็นคู่กันกับ ฮิปนอส ( Hipnos ) เทพประจำความหลับ แม้ว่าเทพ ฮาเดสจะเป็นหนึ่งในเทพแห่งโอลิมปัส แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ออกจากยมโลกเพื่อเสด็จขึ้นไปยังเขาโอลิมปัสมากเท่าไรนัก และก็ไม่ค่อยอ...

เทพีแห่งพืชพรรณ เพอร์เซโฟนี ( Persephone)

Image
เพอร์เซฟะนี Persephone             เพอร์เซโฟนี ( Persephone) ก่อนจะได้ตำแหน่งนี้ของเธอก็คือคอเร (Kore) ซึ่งแปลตามตัวก็คือ "ดอกไม้" และเธอก็เป็นเหมือน เทพีแห่งพืชพรรณ และ เพอร์เซฟะนีคือธิดาของพระนางดิมิเทอร์ ( Demeter) เทพีแห่งการเก็บเกี่ยวและ ซุส ( Zeus) เทพผู้ปกครองโอลิมปัส  ด้วยความที่เพอร์เซฟะนีนั้นมีความงดงงามมากเหนือใครบวกกับความหวงลูกสาวของพระเทพีดิมิเตอร์จึงพาเพอร์เซฟะนีไปอยู่ห่างๆโอลิมปัสไว้ เทพองค์ไหนเข้ามาขอแต่งงานก็ถูกพระนางดิมิเทอร์ไล่กลับไปหมด ผู้สนับสนุน          ทว่าว่าดีมิเทอร์ลืมระวังอีกคนที่อยู่นอกโอลิมปัสไป นั้นก็คือราชาแห่งยมโลก ฮาเดส ซึ่งหลงรักหลานตนเอง หลังจากที่ได้เห็นเธอเที่ยวเก็บดอกไม้ ฮาเดสนั้นไม่ได้เข้าหาทางดีมิเทอร์เพราะได้ยินกิติศัพธ์ที่ในความหวงลูกสาว ฮาเดสจึงไปขอจากซุสแทน ปรากฏว่าซุสเห็นดีเห็นงามด้วยกับฮาเดส แถมยังเป็นคนแนะนำให้ฮาเดสลักพาตัวลูกตนเองไป โดยในขณะที่เพอร์เซฟะนีกำลังเก็บดอกไม้ในสวน พื้นรอบๆตัวเธอก็กลายเป็นหลุมแล้วรถม้าของฮาเดสก็ปรากฏออกมา และบังคับนางไปยังยมโลก     ...

เทพแห่งมหาสมุทร โพไซดอน (Poseidon)

Image
เทพโปเซดอน (Poseidon) เทพแห่งมหาสมุทร           โพไซดอน หรือ โพเซดอน ( Poseidon ) หรือ โปเซดอน เป็นชื่อเรียกเทพเจ้าตามชาวกรีก แต่สำหรับชาวโรมัน ซึ่งรับเอาวัฒนธรรมของกรีกมาอีกทอดหนึ่งจะเรียกว่า เนปจูน ตามภาษาละติน            เทพโปเซดอน (Poseidon) หรือ เทพแห่งมหาสมุทร เป็น เทพเจ้าแห่งท้องทะเลและมหาสมุทร ที่ปกครองเป็นผู้คุ้มครอง ท้องทะเลและห้วงน้ำ (The ruler of the sea) ไม่ว่าจะเป็น แหล่งน้ำจืด แม่น้ำ คลอง รวมไปจนถึง ทะเล มหาสมุทร และเมืองใต้บาดาล เทพโปเซดอนจะมีอาวุธเป็นสามง่ามคู่กาย บางตำนานอาจกล่าวถึงลักษณะของเทพโปเซดอนว่ามีท่อนล่างเป็นปลา นอกจากนี้ เทพโปเซดอน ยังถือเป็นเทพแห่งแผ่นดินไหว และเป็นเทพแห่งม้าอีกด้วย ประวัติความเป็นมาของเทพโพเซดอนเล่าว่า พระองค์เป็นบุตรของโครโนส กับ เร และมีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกันอีกถึง 4 องค์ ซึ่งทุกองค์ล้วนแต่เป็นเทพแห่งโอลิมปัสด้วยกันทั้งสิ้น พี่น้องของเทพโปเซดอนได้แก่ ผู้สนับสนุน ซูส เทพผู้เป็นใหญ่ในสภาเทพแห่งโอลิมปัส ฮาเดส เทพผู้ปกครองยมโลกและดินแดนหลังความตาย เฮรา ชายาแห่งเทพซูส เฮสเตีย...

Zeus เทพเจ้าสายฟ้า

Image
เทพเจ้าซุส (Zeus)           เทพซูส คือราชาแห่งทวยเทพ ผู้ปกครองโอลิมปัส (Olympus)  ถือเป็นผู้รอบรู้ด้านการพยากรณ์อากาศ และเป็นเทพผู้คุมกฎแห่งสวรรค์ ซึ่งเขายังต้องทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรมตามกฎหมายอีก ตำนานเทพปกรณัมกรีก มี อสนีบาต (Thunder bolt) เป็นอาวุธประจำกาย ทรงเกราะทองประกายวาววับ ซึ่งเกราะทองนี้ไม่มีมนุษย์สามัญจะทน มองได้ แม้แต่ทวยเทพด้วยกันเอง หากไปเพ่งมองแสงเจิดจ้า ของเกราะทองเข้า ก็ย่ำแย่เช่นกัน ทรงมีพญานกอินทรีเป็นนกเลี้ยง ต้นโอ๊คเป็นพฤกษาประจำองค์ มีมหาวิหาร และศูนย์กลางศรัทธา มีสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจเป็น สายฟ้า (Thunderbolt) โคเพศผู้ นกอินทรี และต้นโอ๊ก นามของซีอุสแปลว่าความสว่างของท้องฟ้า ผู้สนับสนุน           ตำนานกล่าวไว้ว่าพระองค์เป็นพระโอรสองค์สุดท้องของเทพโครนัส (Cronus)ผู้แข็งแกร่งและ รีอา (Rhea)ซึ่งเป็นเทพไททัน ในหลายๆ ตำนานกล่าวว่าพระองค์ได้สมรสกับเทพีเฮร่า (Hera) แต่ก็มีสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองดอโดน่า (Dodona) ที่อ้างว่าคู่สมรสของเทพซูสแท้จริงแล้วคือเทพีไดโอนี (Dione) นอกจากนี้มหากาพย์อีเลียด (Illiad) ยังกล่าว...

องค์กรลับ "อิลลูมินาติ" ILLUMINATI

Image
องค์กรลับ "อิลลูมินาติ" ILLUMINATI ILLUMINATI Illuminati แปลตรงตัวตามดิกชันนารี่ หมายถึง ผู้ที่มีสติปัญญาอันล้ำเลิศ องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2319 ในเมืองอินกอลสตาดท์ (บาวาเรียตอนบน) โดย The Noah ศิษย์คณะเยสุอิต และเป็นศาสตราจารย์ทางกฎหมายศาสนจักรที่เป็นฆราวาสคนแรกที่มหาวิทยาลัยอินกอลสตาดท์ ผู้สนับสนุน องค์กรนี้ก่อตัวขึ้นจากนักคิดเสรีในฐานะเป็นผลพวงจากยุคเรืองปัญญา ซึ่งนักเขียนร่วมสมัยบางคนอย่างเช่น Seth Payson เชื่อว่าเป็นการสมคบคิดเพื่อแทรกซึมและโค่นล้มรัฐบาลของหลายๆ รัฐในยุโรป ขณะที่นักเขียนบางคนอย่าง Augusting Barruel และ John Robison ได้กล่าวอ้างว่าอิลลูมินาติอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส เป้าหมายของสมาคมคือคัดค้านความงมงาย การปิดบังข้อเท็จจริง อิทธิพลทางศาสนาเหนือชีวิตสาธารณะ และการละเมิดอำนาจรัฐ บัญญัติทั่วไปเขียนว่า "สิ่งจำเป็นคือการทำให้อุบายของผู้ให้เกิดความอยุติธรรม เพื่อควบคุมเขาโดยไม่ครอบงำเขา" อิลลูมินาติ เป็นกลุ่มนักวิทยาศาตร์ตั้งขึ้นมาอย่างลับๆเนื่องจาก พวกตนได้ถูกกลุ่มคริสตจักร ไล่ฆ่า เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นลัทธิของซาตาน เน...

ตำนานเรือปีศาจ Flying Dutchman

Image
ตำนานเรือปีศาจ Flying Dutchman Flying Dutchman เรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมน (Flying Dutchman) หรือในภาษาดัทช์เรียกว่า “De Vliegende Hollander” เชื่อกันว่าเป็นเรือปีศาจที่จะร่อนเร่ไปตามน่านน้ำจนกว่าจะถึงวันสิ้นโลก มักจะมาปรากฏตัวให้ผู้คนได้เห็นบ่อยในบริเวณแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ว่ากันว่าจะมีแสงเรืองที่น่ากลัวออกมาจากเรือและมีกัปตันเรือผู้ซึ่งแต่งกายแบบยุคสมัยเก่ายืนคุมเรืออยู่ พร้อมกับส่งเสียงอันโหยหวนน่าขนหัวลุกออกมา ผู้สนับสนุน มีเรื่องเล่าอยู่สองเรื่องที่เกี่ยวกับตำนานของเรือลำนี้ เรื่องแรกเป็นเรื่องของกัปตันเรือ ที่ไม่นับถือศาสนา และไม่เชื่อในพระเจ้า จึงถูกพระองค์พิพากษาลงโทษ อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับนักเดินเรือที่ชื่อ เบอร์นาร์ด โฟคค์ ซึ่งให้สัญญากับปีศาจว่า ถ้าช่วยให้เขาเดินทางไปถึง อีสต์อินเดีย ภายในเวลา 90 วัน เขาจะยอมตกอยู่ในอาณัติของมัน ทั้งสองเรื่องนี้ว่ากันว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้เรือ Flying Dutchman ต้องระหกระเหินอยู่ในทะเลชั่วกัลปาวสาน จากที่เคยชมกันในภาพยนตร์ กัปตันเรือของ ฟลายอิ้ง ดัทช์แมนที่จริงแล้วไม่ใช่ เดวี่ โจนส์ จริงๆ แล้ว Davy Jones จะไม่ได้เป็นชื่อที่เฉพาะเจาะจงลง...